ทุกครั้งที่คืนฟ้าใสถูกเรียกว่า Pink Moon บรรยากาศรอบตัวมักดูอ่อนโยนขึ้นอย่างบอกไม่ถูก และนั่นทำให้ลุค แต่งหน้าโทนชมพู กลับมาน่าสนใจเสมอ แต่ความสวยของลุคนี้ไม่ได้อยู่ที่การเติมสีหวานให้เต็มหน้าเท่านั้น แก่นจริงอยู่ที่การทำให้ผิวดูนุ่ม แก้มดูมีเลือดฝาด และดวงตาดูสดใสแบบไม่พยายามมากเกินไป จนเมื่อมองรวมกันแล้วทั้งใบหน้าจะให้ความรู้สึกละมุน คลีน และดูแพงในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่หลายคนมักพลาดคือคิดว่าลุคชมพูต้องหวานจัดหรือใช้สีเดียวทั้งตา แก้ม ปากแบบตรงไปตรงมา ความจริงแล้วลุคที่เข้ากับคืนพระจันทร์สีชมพูที่สุดคือความสมดุล ระหว่างความโรแมนติกกับความเป็นธรรมชาติ ระหว่างความนุ่มกับความคมเล็กน้อย ถ้าจับจุดนี้ได้ ต่อให้แต่งเบา หน้าก็ยังมีเสน่ห์ และยิ่งเหมาะกับทั้งดินเนอร์ เดตกลางคืน หรือถ่ายรูปในแสงแฟลชที่ต้องการผิวสวยแบบไม่ลอย
ทำไมลุคนี้ถึงเข้ากับคืนพระจันทร์สีชมพูเป็นพิเศษ
Pink Moon ไม่ได้หมายถึงพระจันทร์เปลี่ยนเป็นสีชมพูจริงๆ แต่เป็นชื่อเรียกที่ชวนให้นึกถึงฤดูกาลใหม่ ความสดชื่น และความอ่อนหวานแบบมีชีวิตชีวา เมื่อนำแรงบันดาลใจนี้มาใช้กับเมกอัพ โทนที่เหมาะจึงไม่ใช่ชมพูสดจัด แต่เป็นชมพูหม่น ชมพูนู้ด ชมพูกลีบกุหลาบ หรือชมพูพีชที่ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หัวใจของลุคนี้มีอยู่ 3 อย่าง
- ผิวต้องดูโปร่ง ไม่หนาจนกลบมิติของหน้า
- สีชมพูต้องมีน้ำหนัก คืออ่อนแต่ไม่จืด และหวานแต่ไม่ซีด
- แสงบนใบหน้าต้องพอดี ให้ความฉ่ำแบบสุขภาพดี ไม่ใช่มันเยิ้ม
ถ้าทำครบทั้งสามข้อ ลุคจะดูทันสมัยมากกว่าลุคหวานแบบเดิมๆ และนี่คือเหตุผลที่ลุคชมพูละมุนยังอยู่ได้ยาว ทั้งในโลกแฟชั่นและในภาพถ่ายที่ต้องเจอกับแสงหลายแบบ
เลือกเฉดชมพูอย่างไรไม่ให้หน้าหมอง
สีชมพูที่สวยในตลับ ไม่ได้แปลว่าจะสวยบนใบหน้าเสมอ การเลือกเฉดให้เข้ากับ undertone สำคัญกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อต้องแต่งในช่วงค่ำซึ่งแสงไฟสามารถดึงความหม่นของผิวให้ชัดขึ้นได้ง่าย ถ้าอยากให้ แต่งหน้าโทนชมพู ออกมาละมุนจริง ควรเริ่มจากสีที่ช่วยพยุงผิวก่อน
- ผิวโทนอุ่น เหมาะกับชมพูพีช ชมพูคอรัล หรือชมพูนู้ดอมส้ม
- ผิวโทนเย็น ไปได้ดีกับชมพูกลีบกุหลาบ ชมพูตุ่น หรือชมพูอมม่วงบางๆ
- ผิวโทนกลาง เลือกได้กว้างที่สุด แต่ควรเลี่ยงชมพูซีดเกินไป เพราะอาจทำให้หน้าดูแบน
อีกเคล็ดลับหนึ่งคืออย่าปล่อยให้ทุกส่วนเป็นชมพูเฉดเดียวกันทั้งหมด ดวงตาอาจใช้ชมพูหม่น แก้มใช้ชมพูพีช และปากใช้ชมพูตุ่นอมเบจ วิธีนี้จะทำให้ใบหน้าดูมีชั้นเชิงขึ้นทันที
แต่งอย่างไรให้ละมุนจริง ไม่หวานเลี่ยน
เริ่มจากงานผิวที่มีแสงนุ่ม
ลุคนี้จะสวยหรือไม่สวย งานผิวตัดสินเกือบหมด เลือกรองพื้นที่บางเบาถึงปานกลาง แล้วใช้คอนซีลเลอร์เฉพาะจุดแทนการโบกทั้งหน้า จากนั้นเซ็ตเฉพาะบริเวณที่มันง่าย เช่น ข้างจมูกและใต้ตา ส่วนแก้มกับสันหน้าให้คงความฉ่ำไว้เล็กน้อย จะช่วยให้สีชมพูที่ตามมาดูแนบกับผิวมากกว่าเกาะอยู่บนผิว
ตา แก้ม ปาก ควรเดินไปในทิศทางเดียวกัน
- ดวงตา ใช้สีชมพูหม่นหรือชมพูน้ำตาลเป็นสีหลัก แล้วค่อยเพิ่มชิมเมอร์เม็ดละเอียดตรงกลางเปลือกตาเพื่อรับแสง
- แก้ม ลงแบบปัดเฉียงขึ้นไปทางขมับ จะได้ความยกกระชับและดูโตเป็นผู้ใหญ่กว่าการปัดเป็นวงกลม
- ริมฝีปาก ถ้าอยากให้ดูแพง เลือกเนื้อซาตินหรือกำมะหยี่นุ่มๆ จะสวยกว่ากลอสหนาในหลายโอกาส
จุดสำคัญคือให้แต่ละส่วนพูดภาษาเดียวกัน ถ้าตาฉ่ำมาก แก้มควรนุ่มลง ถ้าปากชัดขึ้น ตาควรบางลง วิธีคิดแบบนี้ทำให้ลุคโดยรวมยังดูเบา แม้จะมีรายละเอียดครบ
เติมมิติเล็กน้อยเพื่อไม่ให้หน้าดูหวานจนแบน
หลายคนอยากได้ลุคหวานแล้วเผลอตัดคอนทัวร์ทิ้งทั้งหมด ผลคือหน้าดูฟุ้งแต่ขาดโครง วิธีที่ดีกว่าคือใช้เฉดดิ้งโทนอ่อนกว่าปกติ เน้นกรอบหน้าและใต้โหนกแก้มเบาๆ เท่านี้ก็พอแล้ว จากนั้นแตะไฮไลต์สีแชมเปญหรือชมพูไข่มุกเฉพาะจุด จะได้ความเงาที่ดูสะอาด ไม่หวานจนกลายเป็นลุคแฟนซี
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ลุคชมพูดูหมองโดยไม่รู้ตัว
- ลงรองพื้นแมตต์เกินไปจนสีแก้มดูแห้งและติดผิวเป็นปื้น
- ใช้บลัชชมพูสว่างจัดโดยไม่เชื่อมกับสีตาหรือสีปาก
- เขียนขอบตาเข้มมากจนตัดกับความนุ่มของลุคทั้งหมด
- เลือกไฮไลต์ขาวเงินเกินไป ทำให้ผิวดูเย็นและแข็ง
ถ้าอยากหยิบไอเดียนี้ไปใช้ได้จริงในหลายโอกาส ลองจำหลักง่ายๆ ว่า ลดความสดของสีลงหนึ่งระดับ แล้วเพิ่มมิติของผิวขึ้นอีกหนึ่งระดับ วิธีนี้ทำให้ แต่งหน้าโทนชมพู ดูโตขึ้นทันที และยังเข้ากับเสื้อผ้าได้ตั้งแต่เดรสเรียบๆ ไปจนถึงเบลเซอร์สีครีมหรือสีเทาอ่อน
สรุปลุครับคืนที่แสงนุ่มที่สุดของเดือน
เสน่ห์ของการแต่งหน้ารับคืนพระจันทร์สีชมพู ไม่ได้อยู่ที่ความหวานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความพอดีของทุกองค์ประกอบ ผิวที่โปร่ง สีที่นุ่ม และมิติที่เบาแต่ชัด เมื่อลงตัวแล้ว ลุคนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนแสงจันทร์บนใบหน้า นุ่ม สะอาด และน่ามองโดยไม่ต้องพยายามมากนัก บางทีคืนพิเศษอาจไม่ต้องการเมกอัพที่หนักแน่นที่สุด แต่อาจต้องการแค่ลุคที่ทำให้คุณมองกระจกแล้วรู้สึกว่า วันนี้ตัวเองดูอ่อนโยนขึ้นนิดหนึ่ง และนั่นก็อาจสวยที่สุดแล้ว








































