มีรายได้จากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีไทยไหม? สรุปกติกาใหม่ที่ควรรู้

16

หลายคนมีรายได้จากงานฟรีแลนซ์ หุ้น เงินปันผล หรือธุรกิจในต่างประเทศ แล้วเริ่มกังวลว่าเรื่อง ภาษีรายได้ต่างประเทศ จะกระทบตัวเองแค่ไหน โดยเฉพาะตั้งแต่กติกาภาษีไทยเปลี่ยนในช่วงปี 2567 เป็นต้นมา คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “ได้เงินจากต่างประเทศ” แต่คือ “เราเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในไทยหรือไม่ และเงินก้อนนั้นเข้าข่ายอะไร”

มีรายได้จากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีไทยไหม? สรุปกติกาใหม่ที่ควรรู้

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะคนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า ถ้าเงินได้มาจากต่างประเทศก็ไม่เกี่ยวกับไทยเสมอไป ซึ่งวันนี้ไม่ใช่ภาพเดิมแล้ว หากคุณอยู่ไทยเป็นหลักและโอนเงินกลับเข้ามาเมื่อไร เรื่องภาษีอาจตามมาทันที ดังนั้น ก่อนตัดสินใจโอนเงิน ใช้เงิน หรือวางแผนรายได้ระยะยาว ควรเข้าใจกติกาให้ชัดก่อน

หลักใหญ่ที่ต้องรู้ก่อน: ใครบ้างมีโอกาสต้องเสียภาษีไทย

คำตอบสั้นที่สุดคือ มีโอกาสต้องเสีย ถ้าคุณเข้าเงื่อนไขสำคัญตามกฎหมายภาษีไทย โดยอิงแนวทางของกรมสรรพากรและคำสั่ง ป.161/2566 ที่ใช้กับเงินได้จากต่างประเทศซึ่งนำเข้ามาในไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

  • เป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย ตามเกณฑ์ภาษี คืออยู่ในไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น
  • มีเงินได้ที่ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน จากต่างประเทศ
  • นำเงินได้นั้น โอนหรือนำเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะในปีเดียวกับที่ได้รับหรือปีถัดไป

จุดที่เปลี่ยนจากความเข้าใจเดิมคือ แต่ก่อนหลายคนยึดแนวคิดว่า ถ้าไม่ได้โอนเข้ามาในปีที่มีรายได้ ก็อาจไม่ต้องเสียภาษีไทย แต่กติกาใหม่ตีความเข้มขึ้นสำหรับเงินได้ที่เกิดตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป หากนำเข้ามาในไทยภายหลัง ก็ยังอาจถูกนำมาคำนวณภาษีได้ในปีที่โอนเข้า

รายได้แบบไหนที่เข้าข่ายบ้าง

คำว่า “รายได้จากต่างประเทศ” ไม่ได้หมายถึงเงินเดือนอย่างเดียว แต่ครอบคลุมเงินได้หลายประเภท ถ้าเป็นรายได้ที่กฎหมายมองว่าเป็นเงินได้พึงประเมิน ก็มีสิทธิเข้าข่ายภาษีไทยได้ทั้งนั้น

  • เงินเดือนหรือค่าจ้างจากการทำงานให้บริษัทต่างประเทศ
  • รายได้ฟรีแลนซ์ ค่าที่ปรึกษา หรือค่าบริการที่รับจากลูกค้าต่างประเทศ
  • เงินปันผล ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศ
  • ค่าเช่าทรัพย์สินในต่างประเทศ
  • กำไรหรือผลประโยชน์บางประเภทจากการทำธุรกิจนอกไทย

ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเงินนั้นเป็น “รายได้” จริง ไม่ใช่แค่การโยกเงินของตัวเองจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง ก็ต้องเริ่มระวังเรื่องภาษีไว้ก่อน

แต่ไม่ใช่ทุกเงินโอนจากต่างประเทศจะต้องเสียภาษี

นี่คือจุดที่คนสับสนที่สุด การมีเงินโอนเข้าบัญชีไทย ไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษีเสมอไป เพราะบางกรณีไม่ใช่เงินได้ใหม่ แต่เป็นเงินคนละลักษณะ ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบอย่างละเอียด

  • เงินออมเดิมหรือเงินสะสมเก่าที่ไม่ใช่รายได้ใหม่
  • เงินกู้ยืม
  • เงินคืนทุนหรือการโอนย้ายทรัพย์สินของตนเอง
  • เงินได้ที่เกิดก่อนปี 2567 ซึ่งในทางปฏิบัติยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและแนวทางกรมสรรพากรเป็นรายกรณี

ประโยคสำคัญคือ ดูที่ “ที่มาของเงิน” มากกว่าดูแค่ “เส้นทางของเงิน” ถ้าอธิบายที่มาไม่ได้ ต่อให้เป็นเงินของตัวเอง ก็อาจถูกตั้งคำถามได้เหมือนกัน

เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับภาษีรายได้ต่างประเทศ

หลายคนคิดว่า ถ้ารับเงินไว้ในบัญชีต่างประเทศแล้วไม่โอนเข้าไทย ก็จบเรื่องภาษีไทยทันที ความจริงคือ สำหรับเงินได้ที่เกิดตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป ประเด็นสำคัญอยู่ที่ เมื่อไรนำเงินเข้ามาไทย หากยังไม่โอนเข้า ก็อาจยังไม่ถึงจุดต้องเสียภาษีไทยในปีนั้น แต่เมื่อโอนเข้ามาเมื่อไร เรื่องภาษีก็อาจเกิดขึ้นในปีนั้นทันที

อีกความเข้าใจผิดคือ ถ้าจ่ายภาษีต่างประเทศไปแล้ว ไทยจะไม่เกี่ยวเลย ซึ่งไม่จริงเสมอไป บางกรณีไทยยังมีสิทธิคำนวณภาษี แต่คุณอาจใช้สิทธิหักภาษีที่จ่ายไว้ต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข หรือใช้สิทธิตามความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างประเทศ

พูดให้เห็นภาพ หากคุณอยู่ไทยเกิน 180 วัน รับเงินปันผลจากต่างประเทศในปี 2567 แล้วโอนกลับมาไทยในปี 2568 เงินก้อนนั้นอาจต้องนำมารวมคำนวณภาษีในไทยของปี 2568 แม้รายได้จะไม่ได้เกิดในปีเดียวกันก็ตาม

ถ้าจ่ายภาษีที่ต่างประเทศแล้ว ต้องจ่ายซ้ำในไทยไหม

คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องจ่ายซ้ำเต็มจำนวนเสมอไป แต่ต้องดูประเทศต้นทาง ประเภทเงินได้ และเอกสารที่มีอยู่ เพราะไทยมีหลักการลดผลกระทบจากการเก็บภาษีซ้อนในหลายกรณี

  • ตรวจว่าประเทศนั้นมีความตกลงภาษีซ้อนกับไทยหรือไม่
  • เก็บหลักฐานการเสียภาษีต่างประเทศไว้ครบ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี
  • แยกประเภทเงินได้ให้ชัด เพราะสิทธิหักภาษีอาจใช้ได้ไม่เหมือนกันทุกประเภท
  • คำนวณภาษีไทยเปรียบเทียบก่อนโอนเงินก้อนใหญ่กลับประเทศ

ตรงนี้เป็นจุดที่ไม่ควรเดาเอง หากมีจำนวนเงินสูงหรือหลายประเทศเกี่ยวข้อง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องตีความผิดได้มาก

วางแผนอย่างไรให้ไม่พลาด

ถ้าคุณมีรายได้หลายทางจากต่างประเทศ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่รอให้สรรพากรถาม แต่คือจัดระบบตั้งแต่วันนี้

  • นับวันพำนักในไทยทุกปี ว่าเข้าเกณฑ์ 180 วันหรือไม่
  • แยกบัญชีระหว่างเงินออมเดิมกับรายได้ใหม่ให้ชัด
  • เก็บสลิป หนังสือรับรอง และ statement ที่อธิบายที่มาของเงินได้
  • วางแผนจังหวะการโอนเงินเข้ามาไทย โดยดูผลกระทบทางภาษีประกอบ
  • ยื่นแบบภาษีให้ครบ หากมีหน้าที่ต้องยื่น อย่ารอจนเกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ฟังดูเหมือนยุ่ง แต่จริง ๆ แล้วหัวใจมีแค่สามคำ: รู้สถานะ รู้ที่มา รู้เวลาโอน ถ้าสามเรื่องนี้ชัด การตัดสินใจเรื่องรายได้จากต่างประเทศจะง่ายขึ้นมาก

สรุป

รายได้จากต่างประเทศไม่ได้ปลอดภาษีไทยโดยอัตโนมัติอีกต่อไป หากคุณอยู่ไทยเกิน 180 วัน มีเงินได้พึงประเมินจากต่างประเทศ และนำเงินนั้นเข้ามาในไทย ก็มีโอกาสต้องเสียภาษีในปีที่โอนเข้า อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกเงินโอนจะเป็นรายได้ และไม่ใช่ทุกกรณีต้องจ่ายซ้ำเต็มจำนวน เพราะยังมีเรื่องเครดิตภาษีและภาษีซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง

คำถามที่น่าคิดต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ “ต้องเสียไหม” แต่คือ “เราจัดการข้อมูลและวางแผนดีพอหรือยัง” เพราะในโลกที่รายได้ข้ามประเทศกลายเป็นเรื่องปกติ คนที่ได้เปรียบไม่ใช่คนที่หาเงินเก่งที่สุดเสมอไป แต่อาจเป็นคนที่เข้าใจกติกาเร็วที่สุดต่างหาก

อ้างอิงแนวทางทั่วไปจากกรมสรรพากรและคำสั่ง ป.161/2566 ทั้งนี้รายละเอียดอาจเปลี่ยนตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี